บุหรี่กับมะเร็งปอด ความเชื่อมโยงที่ทุกคนควรเข้าใจ
สิ่งที่ทำให้ทั้งสองสิ่งนี้มีความเชื่อมโยงกันอย่างชัดเจนคือปริมาณและระยะเวลาในการสูบ โดยทั่วไปยิ่งสูบมากและสูบนานเท่าใด ความเสี่ยงก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าผู้ที่สูบน้อยจะปลอดภัย เพราะแม้แต่การสูบในปริมาณไม่มากก็ยังเพิ่มความเสี่ยงเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่สูบเลย ความเข้าใจนี้สำคัญมาก เพราะช่วยให้เราตระหนักว่าไม่มีระดับการสูบที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง และการเลิกให้เร็วที่สุดคือทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพมากที่สุด ความเข้าใจในจุดนี้ช่วยให้เราไม่ประมาทกับการสูบเพียงเล็กน้อย และมองเห็นคุณค่าของการตัดสินใจหยุดสูบตั้งแต่วันนี้ แทนที่จะผัดวันไปเรื่อยๆ จนความเสี่ยงสะสมเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว
นอกจากผลทางเคมีในสมองแล้ว การเดินยังช่วยเบี่ยงเบนความสนใจออกจากความคิดเรื่องบุหรี่ มือที่เคยว่างและคุ้นเคยกับการหยิบจับมวนบุหรี่จะได้แกว่งไปตามจังหวะก้าวเดินแทน สายตาได้มองเห็นสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ระหว่างทาง ทั้งต้นไม้ ผู้คน หรือบรรยากาศรอบตัว สิ่งเหล่านี้ดึงความสนใจให้ออกห่างจากความอยากได้อย่างเป็นธรรมชาติ อีกทั้งการเดินเป็นประจำยังช่วยให้ปอดที่เคยถูกควันบุหรี่ทำร้ายค่อยๆ ฟื้นตัว ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานดีขึ้น และอาการเหนื่อยง่ายที่หลายคนกังวลก็จะลดลงเมื่อร่างกายแข็งแรงขึ้น ผู้ที่ต้องการศึกษาผลกระทบของควันที่มีต่อร่างกายเพิ่มเติมสามารถอ่านข้อมูลเรื่องบุหรี่ประกอบได้
ทำไมการเลิกบุหรี่ด้วยการเดินเล่นจึงได้ผลจริง
ความอยากบุหรี่แต่ละครั้งมักเกิดขึ้นแบบเป็นช่วงคลื่น คือพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วค่อยๆ ลดลงภายในเวลาประมาณสามถึงห้านาที หากเราหากิจกรรมมาคั่นจังหวะในช่วงที่ความอยากพุ่งสูง คลื่นนั้นก็จะผ่านไปเองโดยที่เราไม่ต้องหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ การเดินเป็นกิจกรรมที่เข้ามาแทรกจังหวะนี้ได้อย่างพอดี เพราะใช้เวลาใกล้เคียงกันและทำได้ทันทีไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เมื่อเราเดิน หัวใจจะสูบฉีดเลือดมากขึ้น ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น และร่างกายจะหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินซึ่งเป็นสารแห่งความสุขตามธรรมชาติ สารเหล่านี้ช่วยทดแทนความรู้สึกผ่อนคลายปลอมๆ ที่นิโคตินเคยมอบให้ IQOS Thai ทำให้สมองค่อยๆ เรียนรู้ว่าไม่ต้องพึ่งบุหรี่ก็รู้สึกดีได้